เก็งกำไรคอนโด

อย่าพึ่ง เก็งกำไรคอนโด ถ้าคุณยังไม่ได้อ่านบทความนี้

สำหรับใครๆ ที่คิดจะซื้อคอนโดมาลงทุน เก็งกำไรและหวังว่าจะกอบโกยกำไรมหาศาล มันอาจจะไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้องนัก เรามาดูบทวิเคราะห์ทั้งพฤติกรรมทั้งหลายกันครับว่าคุณเป็นแบบนั้นหรือไม่

นักลงทุนคอนโด ทั้งปล่อยเช่าและขายต่อ มีเงินเป็นล่ำเป็นสัน เวลาขายหรือปล่อยเช่าคอนโด ก็จะเจอคนเยอะแยะ หลายๆคนที่มีประสบการณ์ก็มาเล่าให้ฟังผ่านช่องทางต่างๆ และก็มีหลายคนที่มาปรับทุกข์ ปรึกษาว่าจะแก้ไขอย่างไรดี ส่วนคนที่ทำแล้วสำเร็จได้กำไรก็ดีไป แต่คนที่ทำไม่สำเร็จเนี่ยสิ ส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้เอามาบอกต่อ ส่วนใหญ่เราจะได้ยินแค่คนที่ทำสำเร็จทั้งนั้น และทำให้เรานั้นอยากเข้าไปในวงการนี้ทีนี้ เรามาดูกันดีกว่าว่า พฤติกรรมแบบใหนนั้นที่จะทำให้คุณล้มเหลว

1. ซื้อตามกระแส เมื่อมีกระแสที่อยู่ๆก็ตูมตามขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นในเว็บไซต์ต่างๆ คนดังโพสต์ว่าที่นี่ดีน่าซื้อ ได้กำไรแน่นอน ช่วยกันปั่นราคา อย่าลืมนะนักพัฒนาโครงการว่าเขาลงทุนไปเยอะ เขาอาจจะจ่ายเพิ่มอีกนิดเพื่อจ้างมาปั่นกระแสเพื่อให้ขายได้นั่นเอง ถ้าคุณตกหลุมพลางคุณก็จบ แต่ถ้ามันดีจริงๆคุณก็ควรซื้อใว้นะ

2. “ถ้าไม่รีบซื้อหมดก่อนแน่นอนค่ะ เหลือไม่เยอะแล้วนะคะ” คำๆนี้มักจะหลุดออกจากเซลล์ของโครงการหลังจากที่พล่ามคุณสมบัติอันดีงามต่างๆมามากมายก่อนหน้านั้น ตามมาด้วยคำว่า “คุณลูกค้าจะจองไว้แล้วเอาใบจองไปขายต่อก็กำไรนะคะ จะซื้อไว้ลงทุนก็มีคน เช่าแน่ๆ ขายต่อก็กำไรมากมาย”  ลมปากที่หว่านล้อมเรา และถ้าคุณหลงเชื่อง่ายๆความเสี่ยงที่จะขาดทุนก็จะมีเพิ่มมากขึ้น

3. พรีเซลล์วันแรก คนเยอะมาก ต่อแถวกันตั้งแต่ตี 5 แย่งกันรับบัตรจอง เขาอาจจะจงใจให้คนคิดแบบนี้พอหลวมตัวซื้อหรือใบจองเพื่อขายต่อ ทำไมถึงขายไม่ได้ คำตอบนั้นง่ายมาก “ ก็มันแพง ” แล้ววันนั้นทำไมคนซื้อเยอะจัง คำตอบคือ คนที่ไปจอง ต่างคนต่างคิดว่าจะซื้อแล้วเอาไปขายต่อเพื่อทำกำไรเลยแห่กันไปจอง แต่พอราคาคอนโดกลับเข้าสู่ราคาตลาดจริงๆ คือ ตอนใกล้โอนราคาคอนโดจะแสดงออกมาให้เห็นเลยว่ามันแพงเกินไป ทำให้รู้สึกว่ามันไม่คุ้มและยอมเสียเงินมัดจำไปดีกว่าเอาหนี้อันมหาสารมาพอกหัว (เพราะคนที่มาซื้อคอนโดที่น่าจะมีอนาคต เขาก็ต้องการที่จะผ่อนไปอยู่ไปและขายมันในอนาคตเหมือนกัน หรืออาจจะเป็นนักลงทุนมาซื้อของต่อนักเก็งกำไรนั่นแหละ) และรายได้ของผู้ซื้อจริงไม่สามารถผ่อนคอนโดราคานี้ได้ นักเก็งกำไรเลยแห่กันขายลดราคา ขายดาวน์ขาดทุนไปตามๆกัน

4. ไม่รู้ว่าตัวเองกู้ได้เท่าใหร่? จากข้อที่ 3 นักเก็งกำไรจากใบจองนั้นแต่ซื้อใบจองแล้วนำมาขายต่อ แต่ถ้าคุณจะทำกำไรจากการซื้อมันมาเป็นสินทรัพย์ของตัวเองแล้วขายต่อในอนาคต เมื่อมีกระแสมาก็จะกระโดดเข้าไปลงทุนอย่างเดียวโดยที่ไม่ดูคุณสมบัติของตัวเอง มันมีหลายปัจจัยที่จะบอกได้ว่าเราสามารถกู้ได้เท่าไหร่ เช่น  ฐานเงินเดือน + เงินเก็บ+ อายุงานที่เหลือจนเกษียณ + Statement + รายได้อื่น + ผู้กู้ร่วม + ผู้ค้ำประกัน และถ้าคุณไม่มีเก็บเงิน มีเงินแค่เพื่อดาวน์มาก่อนแล้วค่อยกู้อายุก็เยอะ จองไปแล้ว เซ็นต์สัญญาแล้ว ผ่อนไปทุกเดือน พอถึงตอนกู้แบงก์จริง กู้ไม่ผ่าน แล้วก็โดนยึดเงินดาวน์ แต่เงินดาวน์ที่จ่ายไปนั้นไม่ใช้น้อยๆเลยนะ

5. โลภมากซื้อทีละหลายๆห้อง 3-4 ห้องขึ้นไป ปล่อยเช่าก็ไม่ได้ พอขายไม่ออก ก็ใจร้อนร้อนใจ ตัดใจขายขาดทุน พอจะกู้เงินก็กู้ได้แค่ห้องเดียว หรืออาจจะใช้เทคนิคทำให้กู้ได้หลายห้องก็ตาม แต่ถ้าไม่มีคนมาเช่าหรือมาซื้อ ดอกเบี้ยในแต่ละเดือนนั้นก็จะพอกหางตามมาเรื่อยๆ

6. มั่นใจเกินเหตุผล ไม่ว่าจะเป็น แบรนด์หรือชื่อเสียงของผู้พัฒนาคอนโดก็ตาม ย่อมมีผลต่อการตัดสินใจ แต่ถ้าเมื่อคุณวิเคราห์ดูแล้วว่า คอนโดนี้มันไม่มีศักยภาพพอที่จะทำกำไร แต่ด้วยชื่อเสียงและแบรนด์ก็ทำให้คุณตัดสินใจซื้อมันมา แล้วยังไงล่ะ มานั่งลุ้น?

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *